Travel in Mukdahan Province !82+2#
|
|
|
| |
บัว
หรืออุบลชาติ
ถูกจัดไว้ในวงศ์ Nymphaeaceae เพราะใบ
และดอกชูช่ออยู่เหนือน้ำ และดอกบัวที่เบ่งบานมีความงาม
ประดุจหญิงสาว หรือเจ้าสาว คำว่า
"Nymph" มีรากศัพท์ภาษาอังกฤษแปลว่า
สาวน้อย หรือ "แม่เทพธิดาที่อยู่ในน้ำ"
(A Beautiful Young Woman) จากลักษณะเด่นนอกเหนือจากความงามของบัว
อันได้แก่ บัวมีหลากสีหลายพันธุ์
ดอกมีสารพัดสี บางพันธุ์มีแม้ดอกสีน้ำเงิน
ที่พบยากในไม้ดอกอื่นๆ ในดอกเดียวกันก็อาจมีหลายสี
บางพันธุ์มีการเปลี่ยนสีของดอกไปเรื่อยๆ
ตามระยะการบานของดอกบัว ดอกบัวบานตามเวลา
บานแล้วก็หุบ เมื่อหุบแล้วก็บานใหม่ได้อีก
บางพันธุ์มีกลิ่นหอม นอกจากนี้บัวเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย
และดูแลง่าย สามารถขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ
บัวจึงได้รับสมญาว่า เป็น "ราชินีแห่งไม้น้ำ"
ทั้งมวล
|
|
|
บัว
จัดเป็นพืชน้ำล้มลุก ที่มีอายุหลายปี
พบได้ทั่วไปทั้งใน
เขตร้อน เขตอบอุ่น และเขตหนาว
ลักษณะลำต้นมีทั้งที่เป็น
เหง้า (Rhizome) ไหล (Stolon)
หน่อ (Sprout) และหัว (Bulb)
ใบเป็นใบเดี่ยว เจริญขึ้นจากลำต้น
โดยมีก้านใบ (Petiole)
ส่งขึ้นมาเจริญที่ใต้น้ำ
ผิวน้ำ หรือเหนือน้ำ รูปร่างของใบส่วนใหญ่กลม
(Orbicular) และมีหลายแบบ
ฐานใบแยกกางออกตรงจุดต่อของใบ
และก้านใบ (Cordate) บางชนิดมีก้านใบติดอยู่ที่หลังใบ
ดอกเป็นดอกเดี่ยวสมบูรณ์เพศ
(Perfect) คือ มีเกสรตัวผู้
(Stamen) และเกสรตัวเมีย
(Stigma) อยู่ในดอกเดียวกัน
ก้านดอก (Peduncle) ยาว
|
|
|
จะช่วยชูดอกให้โผล่พ้น
หรือเหนือน้ำ ก้านใบและก้านดอกอาจมีขน
(Pubescent) โดยเฉพาะบังหลวง ดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยง
(Sepal) 4-6 กลีบ กลีบดอก (Petal) มีทั้งชนิดกลีบซ้อน
และไม่ซ้อน ดอกตูมเป็นรูปกรวยแหลม
ดอกมีสีสันแตกต่างกัน แล้วแต่ชนิด
ตรงใจกลางดอกมีรูปร่างคล้ายกรวย สีเหลืองนวล
หรือที่เรียกกันว่า
ฝักบัว พอแก่จะมีสีเขียว รอบรูปกรวยที่มีไข่ฝังอยู่
มีเกสรตัวผู้ลักษณะเป็นเส้นสีเหลือง ล้อมรอบอยู่มากมาย
เปลือกเมล็กสีเขียว ภายในมีเนื้อสีขาวนวล
รสหวานมัน ตรงกลางที่ฝาเมล็ดบัวประกบกัน
จะมีดีบัวสีเขียวเข้ม มีขนาดเล็กอยู่ตรงกลาง
(ดีบัว คือ ต้นอ่อนเป็นส่วนที่จะงอกไปเป็นต้นใหม่
อยู่ในเมล็ด) มีรสขม แต่มีสรรพคุณทางยา
บัวเป็นพืฃที่ทำการปลูก และเพาะพันธุ์ได้หลายวิธี
การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก
ประเภทของบัว
การจำแนกหรือแบ่งประเภทของบัว
มีหลายวิธี
1.
การจำแนกตามถิ่นกำเนิด และการเจริญเติบโต
แบ่งได้ 2 จำพวก คือ
1.1 บัวที่เกิด และเจริญเติบโตในเขตอบอุ่น
และเขตหนาว (Hardy Type หรือ Hardy Water
Lily) เช่น ยุโรป อเมริกาเหนือ ภาคใต้ของอเมริกาใต้
ตอนเหนือของอินเดีย จีน และออสเตรเลีย
บังประเภทนี้มีเหง้าสะสมอาหารอยู่ในดิน
ในฤดูหนาวที่น้ำกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง บัวจะทิ้งใบ
และอาศัยอาหารในเหง้าเลี้ยงตัวเอง เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิ
น้ำแข็งละลาย ก็จะเจริญแตกหน่อต้นใหม่
และจะเจริญเติบโตออกดอกออกผล หมุนเวียนอยู่เช่นนี้เรื่อยไป
นักพฤกษศาสตร์จัดให้บัวประเภทนี้ อยู่ในกลุ่ม
Castalia Group หรือ อุบลชาติประเภทยืนต้น
1.2 บัวที่เกิด และเจริญเติบโตในเขตร้อน
(Tropical Type หรือ Tropical Water Lily)
เช่น ทวีปเอเชียตอนกลาง และตอนใต้ แอฟริกา
ออกสเตรเลียตอนเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
บัวประเภทนี้กำเนิด และเจริญเติบโตได้ในเขตร้อนเขตเดียว
ไม่สามารถอยู่ได้ในเขตหนาว นักพฤกษศาสตร์จัดให้บัวประเภทนี้
อยู่ในกลุ่ม Lotus Group หรือ อุบลชาติประเภทล้มลุก
2. การจำแนกบัวตามสกุล โดยทั่วไปนักพฤกษศาสตร์ได้จัดแบ่งบัว
ไว้เป็น 3 สกุล ได้แก่
2.1 บัวหลวง หรือปทุมชาติ (Nelumbo) บัวหลวงมีชื่อสามัญ
คือ Lotus จัดอยู่ในสกุล Nelumbo ในประเทศไทย
มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Nelumbo nucifera
อยู่ในวงศ์ Nelumbonaceae ลักษณะเด่นคือ
ใบและดอกจะชูเหนือน้ำ บัวพวกนี้มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน
บัวหลวงทุกพันธุ์จึงปลูกได้ในไทย คนไทยนิยมใช้ไหว้พระ
และนำรากบัวไปประกอบอาหาร บัวหลวงที่ปลูก
และขึ้นเองตามธรรมชาติ มีเพียง 3 กลุ่ม
คือ กลุ่มสีเหลืองอ่อน กลุ่มสีแดง หรือชมพู
(บัวแดง ปทุมปัทมา บัวสัตตบงกชแดง หรือบัวฉัตรแดง
(กลีบดอกซ้อน) และบัวเข็ม) และสีขาว (บัวขาว
บัวบุณฑริก บัวสัตตบุศย์ (กลีบดอกซ้อน)
บัวสัตตบงกชขาว บัวฉัตรขาว และบัวเข็ม)
ปัจจุบันมีผู้พยายามผสม (รวมทั้งคนไทย)
ปรับปรุงพันธุ์จนได้ดอกบัวที่มีหลายสี
2.2 บัวฝรั่ง บัวผันบัวเผื่อน บัวสาย
และจงกลนี (อุบลชาติ) (Nymphaea) บัวฝรั่ง
บัวผันบัวเผื่อน บัวสาย และจงกลนี มีชื่อสามัญว่า
Water Lily จัดอยู่ในวงศ์ Nymphaeacea
ลักษณะเด่นคือ ใบจะลอยแตะผิวน้ำ และไม่มีหนาม
ซึ่งแยกเป็น 2 ชนิด
พวกบานกลางวัน ได้แก่ บัวผันฝรั่ง (Nymphaea
capensis var. zanzibariensis) บัวผัน
และบัวเผื่อน (Nymphaea nouchali หรือ
Nymphaea stella)
พวกบานกลางคืน ได้แก่ บัวสาย (Nymphaea
pubescens) หรือบัวกินสาย (อุบล หรืออุบลชาติ)
ส่วน จงกลนี (Nymphaea lotus var. pubescens)
เป็นบัวพันธุ์พื้นเมืองของไทย จัดอยู่ในกลุ่มอุบลชาติ
|
|
|
|
|
|
|
|
Travel in Mukdahan Province !82+2#
|
| |
|
|