Travel in Mukdahan Province !82+2#
Travel in Mukdahan Province !82+2#
วัดสองคอน หรือ วักพระแม่ไถ่บาป
ความหมายของ บุญราศี
บุญราศีแห่งประเทศไทย
                                     บุญราศี ( สองคอน ) แห่งประเทศไทย
      ข่าวคราวที่สมเด็จพระสันตะปาปายยอฆ์น ปอลที่ 2 ประมุขคริสตจักรโรมันโรมันคาทอลิก ทรงสถาปนาบุญราศีแห่งประเทศไทย ทั้ง 7 ท่านเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2532 ณ พระมหาวิหารนักบุญเปโตร
นครรัฐวาติกัน ได้เป็นที่ทราบกันโดยแพร่หลายแล้ว ทว่ายังมีคำถามที่ถามกันมามากคือ
     คำว่า” บุญราศี” นั้น หมายความว่าอะไรคำว่า “ บุญราศี “ คริสตจักรคาทอลิคในประเทศไทยใช้เพื่อ
หมายถึงคำในภาษา อังกฤษว่า“ THE BLESSED” เป็นการใช้นำหน้าชื่อยกย่องคริสตชนที่เสียชีวิตไปแล้วและ
ภายหลังปรากฏว่ากิตติศัพท์คุณงามความดีของท่านผู้นั้นขจรขจายไปมาก มีผู้คนเคารพนับถือมากมายจน
สัตบุรุษและคณะสงฆ์ผู้ปกครองละแวกนั้นคิดว่าน่าจะส่งเรื่องราวไปที่สำนักวาติกัน เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการ
สอบสวนหาความจริงว่าท่านผู้นั้นเป็นคนดีมีคุณธรรมจริง เพื่อประกาศยกย่องเป็น ‘นักบุญราศี “ หรือ “นักบุญ “ ต่อไป การดำเนินการสอบสวนนั้นจะเริ่มเป็นขั้นตอน ซึ่งใช้เวลานานมาก ในกรณี “บุญราศี” ของประเทศไทยนั้น
ใช้เวลาเกือบ 50 ปี การสอบสวนจะมีในรูปของการ ตั้งคณะกรรมการสอบประวัติ ตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ
ให้ทราบอย่างชักเจนว่า ท่านผู้นั้นมีคุณธรรมขั้นสูงหรือไม่เพียงใด การดำเนินการขั้นตอนต่างๆ จะมาจากส่วน
ท้องถิ่นนั้น และจากศูนย์กลางของสำนักวาติกันเองเมื่อทราบชัดเจนจนไม่มีข้อสงสัยใดๆแล้วยังต้องขอข้อ
พิสูจน์ จากพระเจ้าคือ การอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากผู้ศักดิ์สิทธิ์ในรูปแบบผิดธรรมดาวิสัยมนุษย์หรือที่เราเรียกว่า “อัศจรรย์” เช่นหายป่วยจากโรคร้ายทันทีทันใด ทั้งนี้โดยมีนายแพทย์รับรองว่า ก่อนหายจากโรคนั้นได้เป็น
โรคร้ายแรง อาทิ เช่น มะเร็ง ภายหลังจากได้อ้อนวอนท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์ให้เสนอพระเจ้าช่วย ก็หายโดยปลิดทิ้ง แพทย์ต้องเป็นผู้รับรองการขออัศจรรย์แบบนี้และอย่างน้อยต้องมี 2 เรื่อง ต่อจากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปา
จะประกาศยกย่องบุคคลผู้นั้นเป็น “บุญราศี” นั่นก็คือ ประกาศว่าผู้นั้นเป็น “ผู้มีบุญ”อยู่ในสวรรค์กับพระเจ้า
สมควรที่สัตบุรุษจะเคารพยกย่อง ถือเป็นแบบอย่าง และภาวนาอธิษฐาน ขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าโดย
ผ่านการเสนอของท่าน การยกย่องบุคคลใดเป็น “บุญราศี” จึงพิจารณาความประพฤติของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
เท่านั้น ไม่ต้องมองฐานะ เชื้อชาติแต่อย่างใด คุณธรรมของท่านผู้นั้นโดเด่นไปจนตลอดชีวิต หรือบางท่านก็ได้ ้พลีชีพเพื่อยืนยันความเชื่อในพระเจ้าโดยไม่ยอมละทิ้งศาสนา กรณีหลังนี้เราเรียกว่า “ บุญราศีมรณสักขี.” หรือภาษอังกฤษเรียกว่า “BLESSED MARTYR” คือเป็นพยานพระเจ้าด้วยชีวิต ถือว่าเป็นวีรกรรมขั้นสูงสุด ฉะนั้นบุญราศีอาจจะเป็นผู้มีคุณธรรมที่ดำเนินชีวิตและจบชีวิตลงโดยพลีชีพเพื่อยืนยันความเชื่อต่อพระเจ้า หรือประเภทที่ไม่ได้พลีชีพก็ได้ ประเภทแรกนี้ได้แก่ กรณีที่เกิดขึ้นกับมรณสักขีทั้ง 7 ท่านของประเทศไทย
      สำหรับผู้ที่ได้รับการยกย่องเป็น”บุญราศี” แล้ว ก็อาจจะดำเนินการต่อไปเพื่อสอบสวนความจริง
ในคุณธรรมขั้นสูง และยกย่องเป็น “นักบุญ”
หรือ “ SAINT” ต่อไป ซึ่งคณะกรรมการต้องการข้อพิสูจน์จากพระเจ้า หรืออัศจรรย์เพิ่มอีก 2 ประการ
สำหรับบุญราศีทั้ง 7 ท่านของประเทศไทยนั้น เป็นชาวพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วีรกรรมของท่านคือ ได้ยอมตายโดยไม่ยอมละทิ้งศาสนาซึ่งคติทางคริสต์ถือว่าเป็นวีกรรมขั้นสูงสุดบุคคลทั้ง 7 ท่าน
ประกอบไปด้วย ภคินี 2 ท่านคือ ซิสเตอร์พิลา ทิพย์สุข ( อายุ 31 ปี ) และซิสเตอร์คำบาง สีคำพอง (อายุ 23 ปี) คุณครู 1 ท่านคือนายสี พอง อ่อนพิทักษ์ (อายุ 33 ปี) สตรีอายุสูงวัย 1 ท่าน คือ นางพุดทา ว่องไว (อายุ 59 ปี) และเด็กสาวอีก 3 คน คือ นางสาวบุดสี ว่องไว อายุ( 16ปี) นางสาวคำไพ ว่องไว (อายุ 15 ปี ) และเด็กหญิงพร วิ่งไว ( อายุ 14 ปี ) ทั้งหมดดาเนินชีวิตอยู่ที่บ้านสองคอน อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร
เหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นวีกรรมของท่านที้ง 7 เกิดขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2483 คือเมื่อ 68 ปี ก่อนมาแล้ว
( บันทึกลงเว็บไซค์ 2551 = 68 ปี ) สมัยนั้นไทยมีข้อพิพาทกับฝรั่งเศส กรณีในดินแดนในอินโดจีน มีคนไทยหลายคนเข้าใจผิดว่าศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของประเทศฝรั่งเศส เพราะมีบาทหลวงมิชชันนารี ีเป็นชาวฝรั่งเสสอยู่มาก จึงใช้ความพยายามที่จะให้เลิกนับถือศาสนาตริสต์เสีย แต่ครูสีฟองและคณะซิสเตอร์ ์เป็นผู้นำชาวบ้านไม่ให้ละทิ้งความเชื่อในพระศาสนา ครูสีฟองจึงถูกฆ่า เป็นรายแรกใน พุทธศักราช16 ธันวาคม 2583 ต่อมาซิสเตอร์ทั้ง 2 คนกับกลุ่มสตรีอีก 4 คนก็ถูกพลตำรวจลือยิงเสียชีวิตในสุสานด้วยความสมัครใจ เพื่อพิสูจน์ศรัทธาต่อพระเจ้า โดยไม่ละทิ้งความเชื่อในพระองค์  
     ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ชาวคาทอลิคถือว่า ผู้ใดยอมตายด้วยการยึดมั่นในพระเจ้า โดยไม่ยอมละทิ้งความเชื่อ
ในศาสนา จะได้รับการยกย่องจากสุตบุรุษในเบื้องต้นว่าวีรชน และถือเป็นเกียรติสูงสุด พระศาสนจักร จะพิสูจน์์จากหลักฐานพยานต่างๆว่า ผู้นั้นยอมตายด้วยความยึดมั่นเช่นนั้นจริงหรือไม่ แต่จะไม่ใส่ใจว่าใคร
เป็นผู้สั่งให้ยิง ไม่มีการเคียดแค้นชิงชัง ไม่มีการปลุกระดม ให้แก้ไขในอดีตที่ผิดพลาด หรือให้ล้างแค้น ลงโทษผู้ที่ฆ่าคริสตชนคนนั้นตรงกันข้ามมีคำสอยของพระเยซูคริสตเจ้าให้ยกโทษและภาวนาอธิษฐานให้
้“ผู้เบียดเบียนข่มเหงรังแกท่าน” พิธียกย่อง”บุญราศี” ทั้ง 7 ของประเทศไทย ได้จัดให้มีประกาศสดุดี
และฉลองยื่งใหญ่ในพระมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอร์นปอนที่ 2
และคริสตชนทั่วโลกเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2532 ที่ไปร่วมประชุมกัน ณ ที่ นั้นซึ่งจุคนหลายหมื่นคน
โดยมีการถ่ายทอดโทรทัศน์ไปเกือบทั่วทวีปยุโรปและอเมริกาตริสตชนชาวไทยได้เดินทางจาริกไปแสวงบุญ
ที่นั่นประมาณหนึ่งพันคน ด้วยความยึดมั่นศรัทธาในพระเจ้าด้วยความภาคภูมิใจที่ทั่วโลกจะทราบ และยกย่องว่าคนไทยก็เป็นคนมีคุณธรรมขั้นสูงถึงขั้น “บุญราศี” ที่ทุกคนจะยึดถือเป็นแบบอย่าง
    สำหรับพระศาสนจักรในประเทศไทยได้จัดให้มีการฉลองและชื่นชมยินดีในวันที่ 6-10 ธันวาคม ค.ศ. 1989 (พ.ศ.2532 ) พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ ฯพณฯ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการเปิดแพรคลุมภาพฉายาทิสลักษณ์บุญราศีไทย 7 องค์ที่เชิญมาจาก
งานพิธีสถปณาบุญราศีที่มหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน เรียกงานนี้ว่า “งานสันติร่วมจิตใจเดียว”
อันเป็นการร่วมฉลองแสดงความยินดีโดยไม่มีการคิดถึงอดีตอันขมขื่น แต่จะใส่ใจยกย่องบูชาวีกรรมของ
นักบุญราศี ยึดเป็นแบอย่างและภาวนาอธิษฐานวอนขอบุญราศีทั้งเจ็ด ซึ่งถือว่าเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์มีบุญอยู่ใกล้ชิด
พระเจ้าในสวรรค์แล้วขอบุญราศีได้เสนอคำอ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อสันติสุข ความเจริญรุ่งเรือง ความรัก
ความเข้าใจกัน ในบรรดาพี่น้องชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ตามคำเชิญชวนของบรรดา
ประมุขมิสซังว่า “ จงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และจงร่วมมือกันสร้างสรรค์ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า
และสงบร่มเย็น ให้ประชาชนรักใคร่กลมเกลียว และอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยทั่วหน้ากัน”
( สาส์นของสภาประมุขคริสตจักรคาทอลิคในประเทศไทย วันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2532) สมเด็จพระสันตะปาปาได้ประกาศให้มีการฉลองบุญราศีทั้งเจ็ดแห่งประเทศไทย ในวันที่ 16 ธันวาคม ของทุกๆป

 
Travel in Mukdahan Province !82+2#

 

 
Travel in Mukdahan Province จังหวัดมุกดาหาร
.
 
Copyright © 2007 http://www.hellomukdahan.com All Rights Reserved.
E-Mail : Webmaster@hellomukdahan.com