Travel in Mukdahan Province !82+2#
Travel in Mukdahan Province !82+2#
วัดสองคอน หรือ วัดพระแม่ไถ่ทาส (ไถ่บาป)
สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี สองคอน หน้าที่ 2

วัดหลังที่ 8 คุณพ่อยังเซน สร้างขึ้นใหม่เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.1962 ( พ.ศ. 2050) เป็นอาคารถาวรชั้นเดียว
โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างหลังคาทำด้วยไม้ หลังคามุงกระเบื้องผนังก่ออิฐถือปูนมีรูปทรงเป็น
รูปกางเขนค่าก่อสร้างประมาณ 1 แสนบาท โดยมีคุณมงคล วังตาล เป็นผู้บริจาคก่อสร้างเป็นส่วนใหญ่
วัดหลังนี้ได้ประกอบศาสนกิจเป็นเวลาประมาณ 30 ปี

1.3 การเบียดเบียนและการหลั่งเลือดเป็นมรณสักขี
ในปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483)ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยเจรจาตกลงเรื่องพรมแดน
กับประเทศฝรั่งเศสที่ปกครองลาวไม่สำเร็จต้องใช้กำลังเข้าตัดสินปัญหา จนเกิดเป็นกรณีพิพาทอินโดจีน
และยุติลงตอนต้น ค.ศ.1941 ( พ.ศ.2484 ) โดยการไกล่เกลี่ยของประเทศญี่ปุ่นซึ่งตอนปลายปีนั้นเองญี่ปุ่น
ได้เปิดสงครามเอเชียบูรพากับฝ่ายสัมพันธมิตรและบังคับประเทศไทยให้เข้าร่วม 
ความเคียดแค้นต่อประเทศ
ฝรั่งเศสอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจยึดดินแดนบางส่วนของประเทศไทยไปนั้นเองประกอบกับการที่ บาทหลวงตามวัดส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศสทำให้คนไทยคิดรวมไปว่า ศาสนาคาทอลิค เป็นศาสนาของฝรั่งเศส
จึงมีการเริ่มต่อต้านและเกิดการเบียดเบียนกันเกิดขึ้น

         ที่หมู่บ้านสองคอน การต่อต้านเริ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคุ้มครองหมู่บ้านประกาศห้ามชาวบ้าน
นับถือศาสนาคริสต์ โดยคาดโทษผู้ฝ่าฝืนว่าจะต้องระวางโทษสถานหนัก คุณพ่อเปาโล ฟิเกต์ เจ้าอาวาส
พระแม่ไถ่ทาส สองคอน ขณะนั้นถูกขับไล่ออกนอกราชณาจักร หมู่บ้านสองคอนจึงขาดผู้ดูแลหรือชุมพาบาล เหลือแต่ผู้นำที่ยังเข้มแข็งคือ ครูฟิลิปสีฟอง อ่อนพิทักษ์ และภคินี ที่ประจำอยู่ที่วัดสองคอน


สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี
เมื่อชาวบ้านถูกกดขี่มากขึ้น ครูสีฟอง จึงทำ
จดหมายแจ้งพฤติกรรมดังกล่าวไปยังเจ้าหน้าที่
ี่ของอำเภอมุกดาหารแต่จดหมายดังกล่าว
กลับไปตกอยู่ในมือของตำรวจชุดคุ้มครองหมู่บ้าน
ภายใต้การนำของตำรวจคนหนึ่ง
ยังผลให้เขากำจัดครูสีฟองวันที่ 15 ธันวาคม
ค.ศ.1940 ( พ.ศ. 2483 )
ครูสีฟอง ถูกลวงจากจดหมายปลอมว่า
นายอำเภอมุกดาหารสั่งให้เข้าพบและออกเดินทาง
ไปพร้อมกับตำรวจสองคนและถูกยิงเสียชีวิตในวัน
รุ่งขึ้นขณะกำลังข้ามห้วยตุ้มนก ศพของท่าน
ได้ถูกฝั่งไว้ที่บ้านพาลุกา หลังจากครูสีฟองถูกฆ่า
ทำให้คริสตชนหลายคนไม่กล้าแสดงตัว     อย่าง
เปิดเผย แต่คริสตชนส่วนใหญ่ภายใต้การนำของ
ภคินีอักแนสพิลา ( สุภีร์ )ทิพย์สุขและ
ภคินีลูชีอาคำบาง สีคำพองยังมั่นคงในความเชื่อ
   บ่ายวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 1940 ( พ.ศ. 2483) ภคินีทั้งสองรูปถูกเรียกพบและถูกขู่ให้ละทิ้ง
ศาสนา เมื่อเห็นว่าไม่เป็นผล จึงหลอกภคินีว่า หากไม่สวมชุดนักบวชการเบียดเบียนศาสนาจะยุติลง
เมื่อชาวบ้านเห็นภคินีไม่สวมชุดนักบวชก็เริ่มท้อแท้หมดกำลังใจ ต่อมาชาวบ้านและภคินีถูกเรียก ให้ไปชุมนุม
ที่ลานวัด พวกเขาได้รับคำสั่ง ให้เปลี่ยนศาสนา ทุกคนนั่งเงียบยกเว้น นางเชชีลีบาบุดสี ว่องไว ผู้ประกาศว่า ตายครั้งเดียวเพื่อความเชื่อ ฉันไม่กลัว ค่ำวันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 1940 (พ.ศ.2483)ภคินีทั้งสองตัดสิน
ใจสวมชุดนักบวชดังเดิมคืนนั้นเอง ภคินีอักแนสพิลาได้เขียนจดหมายหนึ่งฉบับถึงตำรวจ ซึ่งได้กลายเป็น
หลักฐานสำคัญในเวลาต่อม

      ประมาณบ่ายสามโมงของวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1940 (พ.ศ.2473)ซิสเตอร์กับคณะรวม 8 คน พากันไปที่วัดตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจและถูกยิงเสียชีวิตที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ หลังจากปฏิเสธที่จะทิ้งความเชื่อ ผู้พลีชีพในวันนั้นคือ ภคินีอักแนสพิลา ทิพย์สุข ,ภคินีลูชีอาคำบาง คำสีพอง,คุณแม่อากาทาพุดทา ว่องไว,
นางสาวเซชีลีอาบุดสี ว่องไว นางสาวบีบีอานาคำไพ ว่องไว และเด็กหญิงมารีอาพรว่องไวซึ่งอยู่รวมอยู่
ในคณะไม่ได้ถูกยิงในครั้งแรกจึงกลับบ้านภคินีทั้งสองและคณะของเธอได้บรรลุความปรารถนาในอันที่จะตาย
เพื่อยืนยันความเชื่อ ได้หลั่งเลือดทาผืนแผ่นดินไทยเป็นการประกาศให้ทุกคนได้ทราบว่า มีพระเจ้าองค์เดียว
ในชีวิตจิตใจและในวิญญาณพระเป็นเจ้าผู้ประทานชีวิตแก่โลกและแก่มนุษย์พระผู้ดูแลช่วยเหลือและเมตตา
พวกเราพวกเขารับชีวิตมาจากพระองค์ พวกเขาก็พร้อมที่จะให้ชีวิตนั้นคืนกับพระองค์ไม่มีอะไรมาแยก
พวกเขาจากพระผู้เป็นเจ้าได้แม้แต่ความตาย
 
Travel in Mukdahan Province !82+2#

 

 
Travel in Mukdahan Province จังหวัดมุกดาหาร
.
 
Copyright © 2007 http://www.hellomukdahan.com All Rights Reserved.
E-Mail : Webmaster@hellomukdahan.com