Travel in Mukdahan Province !82+2#
Travel in Mukdahan Province !82+2#
ประวัติ วัดลัฏฐิกวัน บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร     
ประวัติ วัดลัฏฐิกวัน                                                                    หน้าที่ 1
ก่อนที่จะกล่าวถึงประวัติศาสตร์และความเป็นมาของวัดลัฎฐิกวัน มีความจำเป็นต้องเท้าความถึง พระคุณเจ้า 2 รูปเสียก่อน เพราะท่านทั้งสองมีความผูกพันกับวัดนี้อย่างใกล้ชิด ไม่เช่นนั้นประวัติและความเป็นมาอาจจะไม่
สมบูรณ์เท่าที่ควร คือ
ท่านหอ หรือพระอุปัชฌาย์ หอ เป็นบุตรของท้าวเมืองโครก หัวหน้าชาวสะผ่าย ดอนโค ที่อพยพจากนครจำปาศักดิ์ มาอยู่ร่วมกับชาวชะโนดในตอนตั้งใหม่ๆ เมืองโครก เป็นต้นตระกุลของชาวหว้านใหญ่ “เมืองโคตร” ท่านหอเป็นคู่กับพระกัสสปะ ผู้เป็นหลานชาย แต่เกิดปีเดียวกันคือ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2269 พออายุได้ 13 ปี ได้เข้าบรรพขชาเป็นสามเณรที่วัดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด ศึกษาพระธรรมวินัย พระไตรปิฏก คัมภีร์ต่างๆ แตกฉานตั้งแต่ครั้งเป็นสามเณร พออายุครบ 20 ปี อุปสมบทที่วัดเดิม 1 ปี ต่อมาได้ส่งไปศึกษาต่อที่ ี่นครเวียงจันทน์ทั้งคู่ สอบบาลีได้ชั้นสูง ได้รับสมณศักดิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ส่วนพระกัสสปะ ได้เป็นพระครู มีความชอบจนพระเจ้าแผ่นดินเวียงจันทน์พระราชทานวัสดุก่อสร้าง พร้อมด้วยนายช่างสถาปัตยกรรม 3 คน มาสร้างโบสถ์และพัทธสีมาวัดมโนภิรมย์ บ้านชะโนดในปี 2296 และเสร็จเรียบร้อยเมื่อ พ.ศ. 2299
   โดยที่ท่านบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อสร้างเสร็จท่านได้มอบให้พระครูกัสสปะ เป็นเจ้าอาวาสวัดมโนภิรมย์ แล้วท่านได้ออกไปตั้งบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ณ ป่าโนนรังเหนือวัดเดิมออกไปประมาณ 10 เส้นเศษ ต่อมาได้ย้ายไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ แล้วมรณภาพที่กรุงเทพฯ

   
อีกท่านหนึ่ง คือ พระอุปัชฌาย์บุ หรือพระบุ พระคุณเจ้ารูปนี้
เป็นพระรุ่นหลังๆ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เคยได้รับนิมนต์
มาเป็นเจ้าอาวาสวัดมโนภิรมย์แต่กลับไปปฏิสังขรณ
์วัดที่บ้านเดิม คือบ้านท่าสะโน ภายหลัง หลังจากบ้านชะโนด
ถูกไฟไหม้ในปี พ.ศ. 2447 ญาติโยมชาวชะโนดได้ตาม
ไปนิมนต์อ้อนวอนให้มาซ่อมแซมวัดมโนภิรมย์ ท่านจึง
รับนิมนต์มานำชาวบ้านซ่อมแซมใน พ.ศ. 2448 ใช้เวลาซ่อมแซม
6 ปี คือ เสร็จเรียบร้อย ในพ.ศ. 2453 ต่อจากนั้นท่านได้กลับ
ไปสร้างวัดอีกแห่งหนึ่งที่ ท่าสะโนพร้อมกับปฏิสังขรณ์วัดเก่าด้วย
   ในขณะที่ท่านอยู่ที่วัดที่ท่าสะโนก็ดี อยู่ที่วัดมโนภิรมย์
์บ้านชะโนดก็ดี นอกจากท่านจะใช้เวลาศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฏก
และคัมภีร์ ต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในวัดทั้ง 2 เป็นจำนวนมากแล้ว ท่านยัง
ใฝ่ใจศึกษาศิลปกรรมสถาปัตยกรรมทั้งจากตำรา และของจริง
ที่บรรดามีในวัดมโนภิรมย์จนมีความสามารถในด้านศิลปกรรม
และสถาปัตยกรรมอย่างกว้างขวาง จนพระเถระและเกจิ
อาจารย์ หลาย ๆ ท่านยอมรับ เช่น พระครูโลกอุดร เจ้าอาวาส
วัด มีชื่อหลายแห่งมาขอแบบ และนิมนต์ไปก่อสร้างถาวรวัตถุ
ในพุทธศาสนา วัดลัฏฐิกวัน แปลว่า “สวนตาลหนุ่ม” 
แรกสร้างใหม่ ๆ ชาวบ้านนิยมเรียกว่า  “วัดป่า” 
เนื่องจากตั้งอยู่ในป่าดอนสูง เรียกว่า “ป่าโนนรัง” 
พระธรรมเจดีย์
ซึ่งก่อนหน้านั้น   บ้านชะโนดมีบ้านเรือนเฉพาะแต่ชายฝั่งแม่น้ำโขงเท่านั้น เหนือวัดมโนภิรมย์ ไปตามริมห้วย
จะไม่มีบ้านเรือน และไร่สวนเลย  เพิ่งจะมีหลัง พ.ศ. 2465 มานี่เอง ณ โนนรังอันเป็นที่ตั้งของวัดลัฎฐกวัน
เป็นปัจจุบันก่อน พ.ศ. 2458 มีที่บำเพ็ญสมณธรรมของท่านหอ ห่างจากวัดมโนภิรมย์มาทางเหนือ
ตามริมห้วยชะโนด 231 วา พระบุ นันทวโร จึงกำหนดที่แห่ง
นี้ ี้เป็นที่สร้างของวัดใหม่ พระบุ นันทวโร
ได้กลับไปอยู่บ้านเดิม  5 ปี การซ่อมแซมต่อเติมและปฏิสังขรณ์ทุกอย่างเรียบร้อย  โดยที่ท่านอยู่ในตำแหน่งเจ้าอาวาส
วัดมโนภิรมย์ ท่านจึงมอบหน้าที่ให้พระแพงซึ่งเป็นพระลูกวัดที่มีอาวุโส เป็นผู้ปกครองภิกษุสามเณรในวัดมโนภิรมย์
ท่านจะไปสร้างวัดใหม่
ป่าโนนรัง ดังกล่าวมาแล้ว วัดลัฏฐิกวัน  สร้างขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ
ตรงกับวันที่ เดือน พ.ศ. 2458  โดยสร้างพัทธสีมาขึ้นแทนที่บำเพ็ญสมณธรรมของท่านหอให้สมบูรณ์แบบในปี
ีเดียวกันนั่นเองได้สร้างพระเจดีย์์ขึ้น จากนั้นการก่อสร้างวัดใหม่ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  มีกุฏิรูปจตุรมุข
ศาลาการเปรียญ รอยพระพุทธบาทจำลอง  สังเวชนียสถานจำลอง  คือ สถานที่ประสูติ  ตรัสรู้ ปรินิพพาน 
และถวายพระเพลิง สระโบกขรณีจำลอง  ปลูกตาลไว้ เป็นกำแพงชั้นใน จึงให้ชื่อว่า “วัดลัฎฐิกวัน” 
 
Travel in Mukdahan Province !82+2#

 

 
Travel in Mukdahan Province จังหวัดมุกดาหาร
.
 
Copyright © 2007 http://www.hellomukdahan.com All Rights Reserved.
E-Mail : Webmaster@hellomukdahan.com