Travel in Mukdahan Province !82+2#
|
| |
| ประวัติ
มุกดาหาร Thailand
Mukdahan |
|
|
 |
เจ้ากินรี
ได้เป็นเจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก ต่อมาเมื่อปี
พ.ศ. 2321 พระวอ พระตา เจ้าเมืองหนองบัวลำภู
(ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี)
เกิดวิวาทกับเจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
จึงได้ให้เจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีห์
ยกทัพมาตามลำน้ำโขงเพื่อปราบปรามเมืองนครจำปาศักดิ์
และนครเวียงจันทน์ให้ขึ้นอยู่ในอาณาจักรธนบุรีบรรดาหัวเมืองน้อยใหญ่ตามลำน้ำโขงและเมืองมุกดาหาร
จึงรวมอยู่ในข้าขอบขัณฑสีมาของกรุงธนบุรีตั้งแต่นั้นมา
เจ้ากินรีได้รับ สถาปนาขึ้นเป็น พระยาจันทร์ศรีสุราช
อุปราชาพัณฑาตุราช
มีบุตรธิดา รวม 7 คน คือ ท้าวกิ่ง ท้าวอุ่น
ท้าวชู และธิดาอีก 4 คน เจ้ากินรีได้แต่งตั้ง
กรมการเมืองขึ้น คือท้าว
กิ่ง เป็นอุปฮาด ท้าวอุ่น เป็นราชวงษ์ ท้าวชู
เป็นราชบุตร
เจ้ากินรีได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. 2347
พระยาจันทร์สุริยวงษ์ (กิ่ง) ท้าวกิ่งผู้เป็นบุตรเจ้ากินรีและเป็นอุปฮาด
เมืองมุกดาหาร ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองในอันดับ
2 ต่อมาได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นที่
พระยาจันทร์สุริยวงษ์ (ในสมัยรัชกาลที่
1 แห่งกรุง-รัตนโกสินทร์) พระยาจันทร์สุริยวงษ์ได้ขอพระราชทานแต่งตั้งกรมการ
เมืองมุกดาหารตามตำแหน่งคือ |
1.
ท้าวอุ่น เลื่อนขึ้นเป็นอุปฮาด
2. ท้าวชู
เลื่อนขึ้นเป็นราชวงษ์
3. ท้าวแผ่น
เป็นราชบุตร
พร้อมกับได้แต่งตั้งกรมการเมืองและท้าวเพี้ยชั้นผู้น้อย
ครบตามตำแหน่งคือ เมืองแสน เมืองจันทร์
(ตำแหน่งฝ่ายทหาร) เมืองซ้าย เมืองขวา
เมืองกลาง
(ตำแหน่งฝ่ายมหาดไทย)ชาเนตร ชานนท์
ชาบัณฑิต
(ตำแหน่งหน้าที่ในการร่างและอ่านหนังสือราชการ)
เมืองมุก เมืองฮาม (ตำแหน่งควบคุมเรือนจำ)
นาเหนือ
นาใต้ ตำแหน่งรวบรวมเสบียงอาหารใส่ยุ้งฉางไว้รับศึก
สงคราม ครั้นอยู่ต่อมาอุปฮาด (อุ่น)
และราชวงษ์ (ชู) ได้ถึงแก่กรรม พระยาจันทร์สุริยวงษ์
จึงได้ขอ
พระราชทานสัญญาบัตรให้บุตร 3 คน ขึ้นเป็น
กรมการเมือง คือ |
|
|
|
1.
ท้าวพรหม เป็นอุปฮาด
2. ท้าวทัง เป็นราชวงษ์
3. ท้าวคำ เป็นราชบุตร
พ.ศ. 2349
เจ้าอนุวงษ์ (เจ้าอนุรุทธกุมาร) แห่งนครเวียงจันทน์
เจ้าเมืองนครพนมและเจ้าเมืองมุกดาหาร ได้ร่วมกันบูรณะพระอุโบสถในวัดพระธาตุพนม
พ.ศ. 2350
เจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์ ให้ท้าวขัตติยะวงษาร่วมมือกับเจ้าเมืองมุกดาหารสร้างวัดท่งเว้าขึ้นในเขต
เมืองมุกดาหาร (วัดท่งเว้า ปัจจุบันเป็นวัดร้างตลิ่งพังจนพระพุทธรูปจมลงไปในแม่น้ำโขง
ชาวบ้านเรียกว่า เวินพระฯ อยู่ในแขวงสุวรรณเขตตอนใต้ตรงข้ามกับบ้านท่าใค้
อ.เมืองมุกดาหาร) พ.ศ.
2369
เจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์ เป็นขบถต่อกรุงเทพพระมหานคร
(สมัยรัช-กาลที่ 3) โดยให้อุปราชติสสะแห่งนครเวียงจันทน์กรีธาทัพตีเมืองกาฬสินธุ์
ร้อยเอ็ด สุวรรณภูมิ ให้เจ้านครจำปาศักดิ์ตีเมืองอุบล
สุรินทร์ และสังขะ ให้ชานนท์ตีเมืองตามลำแม่น้ำโขง
เช่น เมืองมุกดาหารและเขมราฐกวาดต้อนผู้คนไปเป็นจำนวนมาก
แต่ถูกกองทัพไทยซึ่งมีเจ้าพระยาบดินทร์เดชา
(สิงห์ สิงหเสนี) เป็นแม่ทัพปราบปรามจนสงบราบคาบ
พ.ศ. 2383
พระยาจันทร์สุริยวงษ์ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อเดือนเจียง
(เดือนอ้าย) แรม 5 ค่ำ ท้าวพรหม อุปฮาด
เมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นบุตรเจ้าเมืองได้เป็นเจ้าเมืองมุกดาหารในลำดับที่
3 ต่อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2383 ได้ขอพระราชทานสัญญาบัตรแต่งตั้งกรมการเมืองขึ้นใหม่
คือ
1. ท้าวคำ เลื่อนขึ้นเป็นอุปฮาด
2. ท้าวสุราช เป็นราชวงษ์
3. ท้าวจีน เป็นราชบุตร (บุตรพระยาจันทร์ฯ
เจ้าเมืองลำดับที่ 2 มารดาเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์
พ.ศ. 2388เนื่องจากกองทัพญวนได้เข้ารุกรานดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอยู่เนือง
ๆ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า
เจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) จึงได้เกณฑ์ทัพเมืองอุบล
4,300 คน ทัพเมือง เขมราฐ 1,700 คน |
|
| |
| |
| |
|
|
|
|
Travel in Mukdahan Province !82+2#
|
| |
|
|