| |
ประวัติแม่ชี
แก้ว เสียงล้ำ อำเภอคำชะอี
จังหวัดมุกดาหาร |
ชาติภูมิ
เกิดที่บ้านห้วยทราย ต.คะชี
อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
เกิดเมื่อ วันที่
5 พฤศจิกายน 2444
บิดา ขุนธรรมรังสีี
(ซ้น เสียงล้ำ ยศทางราชการเจ้านายยุคสมัยนั้น)
มารดา ด่อน เสียงล้ำ
นามเดิมของท่านคือ นางตาไป่ เสียงล้ำ
สถานภาพ เมื่ออายุ
17 ปี ได้สมรสกับนาย บุญมา เสียงล้ำ
ครองสมรสอยู่ 19 ปี ไม่มีบุตร ธิดา
|
|
|
|
|
ต้นตระกูล เป็นชนชาวภูไท
อันเป็นชนเผ่ารักสงบ
ชอบอิสระ มีความภาคภูมิในความเป็นไท
และนับถือเชื้อสายญาติพี่น้องชนเผ่า
เดียวกัน แม้อยู่ไกลกัน
ก็ยังนับไล่เลียงลำดับสายเครือญาติเดียวกัน
อีกทั้งนับเป็นชนเผ่า
ที่มีขนบธรรมเนียมประเพณี
ที่เป็นตัวของตัวเอง
รักสามัคคี กตัญญู
ชาวภูไท
บ้านห้วยทรายเป็นต้นตระกูล
เชื้อเจ้า
ภูไท ทางฝ่ายหญิง
คือ ทางฝ่ายเจ้าแก้ว
ผู้พี่สาวของเจ้ากล่ำและ
เจ้าก่าด้วยพื้นเพของต้นตระกูลฝ่ายหญิง
จึงแสดงออกซึ่งความรักสงบ
ความคิดเฉียบแหลม
ปัญญาคม เด็ดเดี่ยว
รักญาติพี่น้อง
ตั้งมั่น
อยู่ในความยุติธรรม
เพราะจะเห็นได้จากคำของคนคนเฒ่าโบราณ
ว่าแต่ก่อนพากันนับถือผีหิ้งผีหอ
ผีทะดา เพราะเชื่อกันว่า
ผีเหล่านั้นเป็นผีปู่ผีย่า
ปู่สังกับสาย่าสังกับสี
มีการเซ่นสรวง
บูชานับถือ
เป็นสรณะที่พึ่งของชนเผ่า
ประมาณปี
พ.ศ. ๒๔๖๐ ท่านพระอาจารย์เสาร์
กนฺตสีโลกับพระ
อาจารย์มั่น
ภูริทตฺโต กับ
พร้อมคณะอันมีีพระอาจารย์
ขาว อนาลโย
พระอาจารย์ชอบ
ฐานสโม พระอาจารย์ฝั้น
อาจาโร พระอาจารย์เทสก์
เทสรํงสี
พร้อมพระภิกษุสามเณร
ประมาณ๖๐-๗๐
รูป
|
|
|
ได้เดินธุดงค์มา
พำนักที่บริเวณวัดหนองน่อง
ตั้งอยู่ทางทิศใต้้ของสำนักชีแห่งนี้
ห่างประมาณ ๑ กิโลเมตร
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ได้อบรมสั่งสอนญาติโยมในละแวกหมู่บ้านใกล้เคียง
โดยแนะนำสั่งสอนให้นั่งภาวนา
พุทโธ และพิจารณาร่างกายของตนเอง
ว่าไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน
มีเกิด แก่ เจ็บ ตายตามสังขาร
ด้วยกันทุกคน ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้ไปรับฟังคำสั่งสอนในครั้งนั้น(อายุได้
๑๖ ปี) เผอิญในคืนนั้น
เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. ท่านได้บำเพ็ญภาวนาตามคำสอนของ
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
จิตของท่าน
ได้สงบเงียบไปเลยเป็นนิมิตเกิดขึ้นท่านเห็นตัวของท่านเองนอนตายได้นิมนต์
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
และพระสงฆ์มาสวดมาติกา
ตามนิมิตของท่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ๐๔.๐๐
น.ท่านตื่นจากนิมิต ใจพะวงว่า
ใครหนอจะนึ่งข้าวใส่บาตร
ขณะนั้นใจของท่านอิ่มเอิบเป็นที่สุด
ในคราวต่อมาท่านพร้อมด้วยชาวบ้าน
ได้เข้าไปฟังเทศนาจากหลวงปู่มั่น
ภูริทตฺโต อีกพอได้โอกาสท่านได้เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น
ให้หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ฟัง หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ได้บอกว่าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องแล้วในระดับเบื้องต้น
ต่อมาท่านก็ได้ปฏิบัติมาเรื่อย
ๆ จนกระทั่งคณะของหลวงปู่มั่น
ภูริทตฺโต ได้ลาญาติโยมเพื่อจะไปธุดงค์ในถิ่น
อื่น ๆ ก่อนจากไปได้ปรารภกับคุณย่าว่า
หากเจ้าเป็นผู้ชาย เราจะให้บวชเณรและติดตามไปด้วย
นี่เจ้าเป็นหญิง
ไปด้วยก็ลำบาก และได้สั่งว่าให้หยุดภาวนาตั้งแต่นี้ต่อไป
ให้ใช้กรรมไปตามประสาโลก
ๆครูบาอาจารย์
ุ่ีรุ่นหลัง ๆ ได้สันนิษฐานว่า
ที่หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ให้หยุดภาวนานั้นเพราะเป็นจิตที่โลดโผน
ถ้ามีผู้แนะนำที่ดี
ก็จะไปได้ดี ถ้าไม่มีผู้แนะนำ
อาจจะทำให้เสียคนไปก็ได้
|
|
|
|
|
เจดีย์
ศรีไตรรัตนานุสรณ์
แม่ชีแก้ว
เสียงล้ำ |
|
|
ประมาณปี
พ.ศ. ๒๔๖๑
ท่านได้แต่งงานอยู่กินกันมาจนถึงปี
พ.ศ.
๒๔๘๐ ท่านได้ขออนุญาตกับสามีว่าต้องการจะบวช
ฝ่ายสามี
ีพยายามทัดทานอ้อนวอนหลายครั้ง
หลายคราก็ไม่เป็นผลสำเร็จ
และในที่สุดความตั้งใจอันแน่วแน่ของท่านก็บรรลุผล
ท่านได้เข้าบวช
เป็นชีตามปรารถนาโดยมี
พระอาจารย์คำพัน
กันตสีโล
เป็นอุปัชฌาย์
์ที่วัดหนองน่อง
ต่อจากนั้นได้ติดตามพระอาจารย์คำพัน
กันตสีโล
ไปอยู่ที่วัดภูเกล้า
(ห่างจากสำนักชีแห่งนี้ไปทางทิศใต้ประมาณ
๓๐
กิโลเมตร)
ท่านอยู่ที่
วัดภูเกล้ากับเพื่อนชีด้วยกัน
๔ คน กับพระอีก
๖
รูป
ท่านได้บำเพ็ญภาวานาอยู่ที่นั่นจนเกิดความรู้แปลก
ๆ ต่าง ๆ
หลายอย่างที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน
ท่านอยู่ที่นั่นได้
๘ ปี เผอิญในเวลาต่อมาพระอาจารย์คำพันได้ลาสิกขาบท
ท่านกับคณะ
แม่ชีได้พากันกลับมาที่บ้านห้วยทรายและได้พูดกับญาติพี่น้อง ลูก
หลานตั้งสำนักชีแห่งนี้ขึ้นใน
ปี พ.ศ.
๒๔๘๘ และเป็นสำนักชีแห่งแรก
ที่ไม่มีพระภิกษุอาศัยอยู่ด้วยแต่แม่ชีก็ยังปฏิบัติธรรมอย่างเดียว
ท่านได้ไปกราบ
หลวงปู่มั่น
ภูริทตฺโต
ที่อำเภอ
พรรณานิคม
จังหวัดสกลนคร
เป็นครั้งคราวแล้วกลับมาจำพรรษาที่วัดนี้ตลอดเวลา
ครั้ง พ.ศ.
๒๔๙๒ หลวงปู่มั่น
ภูริทตฺโต
ได้มรณะภาพที่
วัดป่า
สุทธาวาส
จังหวัดสกลนคร
ท่านพร้อมกับชาวบ้าน
ได้พากัน
ไปร่วมงานฌาปนกิจศพด้วย
|
|
|
ี พ.ศ.
๒๔๙๗ พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี
ได้จาริกเดินธุดงค์มาถึง
บ้านห้วยทราย และได้พาคณะพระภิกษุและสามเณรมาจำพรรษาที่
วัดป่า บ้านห้วยทราย แต่ตัวของพระ
อาจารย์ ์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
กับสามเณรอีก ๑ รูป ได้ขึ้นไป
จำพรรษาที่ถ้ำนกแอ่น ซึ่งอยู่ห่างจาก
บ้านห้วยทรายไปทางทิศตะวันตกประมาณ
๒ กิโลเมตร ในช่วงที่จำพรรษานั้น
ท่านคุณย่าขึ้นไปฟังเทศน์จาก
หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
เป็นครั้งคราว ท่านหลวงตาได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม
บำเพ็ญเพียรภาวนา ทั้งหมดให้ท่านคุณย่าตลอดการจำพรรษาที่
วัดป่าบ้านห้วยทราย ตลอด
๔ พรรษา
ต่อมาหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
ได้ปรารถถึงโยมมารดาที่บ้านตาด
จังหวัดอุดรธานี ว่าท่านคุณย่าเป็นผู้ที่
ี่เหมาะสมที่จะอบรมถ่ายทอดความรู้อบรมธรรมะให้มารดาของท่านได้
เพราะเป็นหญิงด้วยกัน ต่อมาท่านคุณย่า
พร้อมคณะอีก ๒ ท่านได้เดินไปจังหวัดอุดรธานีตามที่
พระอาจารย์มหาบัวต้องการ
ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๘
แล้วท่านก็ได้บวชโยมมารดาของ
ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
สมความตั้งใจของหลวงปู่จากนั้น
หลวงปู่มหาบัวได้พาคณะสงฆ์และแม่ชีไปจำพรรษาที่วัดสถานีทดลอง
จังหวัดจันทบุรี เวลาได้
๑ พรรษาโยมมารดาของ หลวงตามหาบัว
ญาณสมฺปนฺโน อยากกลับภูมิลำเนาเดิม
ซึ่งหลวงตาก็ได้อนุญาต
และได้พาคณะกลับมาสร้างวัดป่าบ้านตาดอันเป็นภูมิลำเนาเดิมในปี
พ.ศ.๒๔๙๙ ท่านคุณย่าได้จำพรรษาอยู่ที่
วัดป่าบ้านตาดกับโยมมารดาหลวงตามหาบัว
ญาณสมฺปนฺโน จนถึงปี พ.ศ.
๒๕๑๐ เมื่อเป็นเวลาอันสมควรท่าน
คุณย่าได้กราบลาหลวงตามหาบัวญาณสมฺปนฺโน
กลับภูมิลำเนาเดิมที่บ้านห้วยทรายและได้บำเพ็ญเพียรภาวนา
อบรมสั่งสอนชาวบ้านตลอดมาและมีสานุศิษย์อย่างกว้างขวางทั้งใกล้และไกลด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
ครั้นเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๒๐ ท่านคุณย่าได้ป่วยด้วยโรคประจำตัว
และมีคุณหมอเจริญและคุณหมอบุญเลี่ยม
วัฒนสุชาติ จากกรุงเทพฯ ได้นำคุณย่าไปรักษาที่โรงพยาบาลพร้อมมิตร
กรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง อาการของคุณย่า
หายเป็นปกติจึงได้กลับบ้านห้วยทราย
ต่อมากอาการป่วยของท่านคุณย่าก็มีเป็นครั้งคราวได้มีคุณหมอเพ็ญศรีมกรานนท์ซึ่งเป็นอาจารย์สอน
นักศึกษาแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
กรุงเทพฯ ได้ขึ้นมากราบ หลวงตามหาบัว
ญาณสมฺปนฺโน และกราบคุณย่าเป็นครั้งคราว
เห็นว่าท่านคุณย่าสมควรได้รับการดูแลและรักษาอย่างใกล้ชิด
พร้อมนี้คุณหมอ
เพ็ญศรี ท่านก็ต้องการปฏิบัติธรรมด้วยจึงได้ลาออกจากราชการมาดูแลและเฝ้ารักษาท่านคุณย่า
จนถึงวาระ
สุดท้ายนับเป็นเวลา ๑๔ ปีจนกระทั่ง
วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๔
เวลา ๐๙.๒๕ น. ท่านก็ได้จากไปด้วย
อาการอย่างสงบ สิริอายุรวมได้
๙๐ ปีและรวมเวลาที่บวชชีเป็นเวลา
๕๔ พรรษาตลอดเวลา ๕๔ พรรษา
ที่ท่านได้ อยู่ในการบวชเป็นชีนั้น
ท่านคุณย่าของเราได้บำเพ็ญเพียรภาวนา
ปฏิบัติธรรม โดยสม่ำเสมอตลอดมา
มิได้เคยประพฤติผิดในครองชีเพศเลย
ด้วยอานิสงส์แห่งการบำเพ็ญเพียร
ภาวนา ปฏิบัติธรรมอันแน่วแน่ของ
ท่านคุณย่านี้ทำให้ท่านคุณย่าของเราได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนโดยทั่วไปเป็นจำนวนมาก
ได้มาให้ความเคารพกราบไหว้มิได้ขาดสาย
บัดนี้ท่านคุณย่าได้จากเราไปแล้ว
คงเหลือแต่คุณงามความดี
และแนวปฏิบัติที่ท่านเพียรพยายามทำไว้ให้เป็นอนุสรณ์แก่พุทธศาสนิกชนสืบไป
|
ที่มา:จากธรรมานุสรณ์
วันฌาปนกิจคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ |
|